Home News Apple เปิดตัว 4 บริการใหม่ Apple TV+, Apple Arcade, Apple Card และ Apple...

Apple เปิดตัว 4 บริการใหม่ Apple TV+, Apple Arcade, Apple Card และ Apple News+

0
0
SHARE

เมื่อวันที่ 25 มีนาคมที่ผ่านมา แอปเปิลจัดงาน Apple Event ที่คราวนี้เปิดตัวส่วนของบริการใหม่ล้วนๆ ซึ่งได้แก่ Apple TV+, Apple Arcade, Apple Card และ Apple News+ ซึ่งเป็นบริการคอนเทนต์เป็นหลัก ทั้งภาพยนตร์, รายการทีวี, เกม, นิตยสาร รวมไปถึงบัตรเครดิต

Apple TV+

บริการสตรีิมมิ่งวิดีโอ ที่ให้บริการโดย Apple เอง ที่ทำออกมาแข่งขันกับ Netflix และ Amazon Prime ซึ่งจะเป็นบริการแบบสมัครสมาชิกรายเดือน แอปเปิลลงทุนและเซ็นสัญญา เหล่าผู้ผลิตรายการทีวี และดาราฮอลีวูดชื่อดังในการผลิตรายการป้อนให้กับแอปเปิล ซึ่งมีทั้ง Steven Spielberg, Jason Momoa, J.J. Abrams, Jennifer Aniston, Oprah Winfrey แต่ยังไม่มีการระบุว่าจะมีเรื่องอะไรบ้าง และราคาค่าสมาชิกอยู่ที่เท่าไหร่

Apple Arcade

บริการเล่นเกมได้ไม่อั้น ในราคาเหมา (ก็คือ netflix สำหรับเกมนั่นเอง) อันนี้เรียกว่า แอปเปิลเป็นผู้นำตลาด เพราะยังไม่มีเจ้าใหญ่ทำบริการนี้มาก่อน บริการนี้คงถูกใจเกมเมอร์แน่นอน ตอนนี้เล่น โดยทางแอปเปิลให้สัญญาว่า บริการนี้ จะไม่มีโฆษณา หรือต้องซื้อไอเท็มเพิ่มเติม สามารถเล่นได้ทั้ง iPhone, iPad, Mac และ Apple TV หรือจะเก็บไว้เล่นออฟไลน์ก็ได้ สามารถแชร์กันในครอบครัวได้ 6 คน เลือกเล่นเกมไหนก็ได้ไม่จำกัด ซึ่งก็มีค่ายเกมร่วมเป็นพันธมิตรมากมายทั้ง Annapurna Interactive, Bossa Studios, Cartoon Network, Finji, Giant Squid, Klei Entertainment, Konami, LEGO, Mistwalker Corporation, SEGA, Snowman เป็นต้น

บริการนี้จะเริ่มในปลายปี ใน 150 ประเทศ ส่วนราคายังไม่เปิดเผย

Apple News+


ต่อยอดจาก บริการอ่านข่าวเดิม Apple News เพิ่มมาเป็น การเหมาจ่ายอ่านนิตยสารไม่จำกัด สไตล์บุฟเฟ่ต์ ที่มี
หนังสือพิมพ์ นิตยสาร กว่า 300 หัวมาให้อ่านหัน โดยจะมีการเพิ่มลูกเล่น ทั้งภาพเคลื่อนไหว การจัดเลยเอาต์ของ
นิตยสารให้เหมาะสมกับรูปแบบดิจิทัล บริการนี้เปิดให้บริการแล้วในสหรัฐฯ ค่าบริการอยู่ที่เดือนละ 9.9 เหรียญ

Apple Card

บริการบัตรเครดิต ที่แอปเปิลจับมือกับธนาคารในสหรัฐฯ Goldman Sachs และ Mastercard โดยแบ่งออกเป็นทั้งบัตรแบบดิจิทัล ใช้งานร่วมกับ Apple Pay และบัตรเครดิตจริงๆ ที่ทำจากไทเทเนียม สำหรับใช้รูดที่ร้านค้าที่ไม่รองรับ Apple Pay จุดเด่นก็คือความปลอดภัยสูง และไม่มีการแชร์ข้อมูลส่วนตัวของลูกค้าไปให้ที่อื่น อีกสิ่งหนึ่งที่เป็นไฮไลท์ก็คือDaily cash คือระบบคืนเงิน (cash back) ที่จะคืนให้ในวันรุ่งขึ้น หลังจากลูกค้ามีการจับจ่ายใช้สอย โดยเมื่อรูดบัตร Apple Card ด้วย Apple Pay จะได้รับเงินคืน 2% และหากจับจ่ายสินค้าโดยตรงกับ Apple เช่น ซื้อของใน Apple Store หรือ Apple Store จะได้รับเงิน 3% แต่หากใช้จ่ายผ่านบัตรแข็งจะได้รับเงินคืน 1%

สุดท้ายก็คือ Apple Card จะไม่มีค่าบริการรายปี หรือค่าธรรมเนียมเมื่อรูดบัตรที่ต่างประเทศ รวมทั้งยังมีอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าบัตรเครดิตทั่วไปบนท้องตลาด พร้อมผู้ช่วยซัพพอร์ตตลอด 24 ชั่วโมง โดยจะให้บริการผ่านการส่งข้อความ

Apple Card จะเริ่มให้บริการเฉพาะในสหรัฐฯ เท่านั้น ในเดือนมิถุนายนนี้ โดยกดสมัครผ่าน iPhone ได้ทันที