Home News ดีแทค ร่วมกับพันธมิตร เปิดจุดรับขยะมือถือ, แบต, อุปกรณ์เสริมที่ไม่ใช้แล้ว ตามสาขาเทสโก้ โลตัส

ดีแทค ร่วมกับพันธมิตร เปิดจุดรับขยะมือถือ, แบต, อุปกรณ์เสริมที่ไม่ใช้แล้ว ตามสาขาเทสโก้ โลตัส

63
0
SHARE

ทางดีแทค จับมือกับ เทสโก้โลตัส, กรมควบคุมมลพิษ และกรุงเทพมหานคร เปิดโครงการ “โครงการความร่วมมือการเก็บรวบรวมขยะอิเล็กทรอนิกส์” จุดรับ ขยะอิเล็กทรอนิกส์ก่อนนำไปรีไซเคิล จากเดิมที่มีตามสาขาศูนย์บริการดีแทค เพิ่มจุดรับขยะที่เทสโก้โลตัส ในระยะแรก 6 สาขา

นายสุเกียรติ กิตติธรรมโชติ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายรัฐสัมพันธ์ Tesco Lotus กล่าวว่า ในฐานะที่เป็นธุรกิจค้าปลีกที่มีความใกล้ชิดกับชุมชน ยินดีที่จะมอบพื้นที่ตั้งกล่องรับขยะอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อขยายช่องทางให้ผู้บริโภคนำขยะอิเล็กทรอนิกส์มาทิ้ง โดยมีพันธมิตร dtac เป็นผู้ร่วมจัดเก็บและนำเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลอย่างถูกวิธี

นางอรอุมา ฤกษ์พัฒนาพิพัฒน์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายสื่อสารองค์กรและพัฒนาอย่างยั่งยืน dtac ระบุว่าปี 2559 ที่ผ่านมา dtac สามารถจัดเก็บโทรศัพท์มือถือได้กว่า 380,000 เครื่อง และในปีนี้ dtac ตั้งเป้าหมายในการจัดเก็บเพิ่มเป็น 500,000 เครื่อง และหาพันธมิตรในการขยายจุดทิ้งโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เสื่อมสภาพ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนนำมือถือเก่า แบตเตอรี่และอุปกรณ์เสื่อมสภาพอื่นๆ มาทิ้งที่กล่องรับใน Tesco Lotus 6 สาขาในช่วงแรก และจะขยายสาขาต่างๆ ต่อไป รวมถึง ณ dtac Hall อีก 49 สาขาทั่วประเทศด้วย

ทั้งนี้ ดีแทค มุ่งมั่นในการรณรงค์ให้ผู้ใช้โทรศัพท์มือถือคัดแยกขยะ ไม่ทิ้งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เสื่อมสภาพกับขยะทั่วไป เพื่อนำไปกำจัดอย่างถูกวิธี ผ่านโครงการ Think Smart มากกว่า10 ปี โดยจะส่งต่อขยะที่จัดเก็บแก่บริษัท เทส-แอม ผู้ให้บริการรีไซเคิลอุปกรณ์อิล์กทรอนิกส์แห่งเดียวในเอเชีย เพื่อนำไปกำจัด หรือรีไซเคิลอย่างถูกวิธีและปลอดภัย ในปี 2559 ที่ผ่านมา ดีแทคสามารถจัดเก็บโทรศัพท์มือถือได้จำนวนกว่า 380,000 เครื่อง สามารถลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่สิ่งแวดล้อมได้ถึง 4.8 ตัน หรือเท่ากับสระว่ายน้ำขนาดมาตรฐาน 1 สระ

ด้านนายสุเมธา วิเชียรเพชร ผู้อำนวยการสำนักจัดการการของเสียและสารอันตราย กรมควบคุมมลพิษ เปิดเผยว่า ขยะอิเล็กทรอนิกส์ ถือเป็นขยะอันตรายที่กำลังสร้างปัญหามากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากมีปริมาณที่เพิ่มขึ้นทุกปี โดยมีปริมาณปีละ 600 ตันต่อปี แต่สามารถจัดการได้เพียงแค่ 40% และเพื่อให้การดำเนินงานแก้ปัญหาการจัดการของเสียอันตรายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ กรมควบคุมมลพิษ และกรุงเทพมหานคร จึงได้ดำเนินการขับเคลื่อนร่วมกับภาคเอกชน ดำเนินโครงการความร่วมมือระหว่างภาครัฐบาลและเอกชนขึ้นเพื่อเก็บรวบรวมของเสียอันตรายจากชุมชน เช่นเดียวกับความร่วมมือของเทสโก้ โลตัส และดีแทคครั้งนี้ เพื่อช่วยกันหยุดอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับสิ่งแวดล้อม และโลกของเรา

เรื่องการแยกประเภท และกำจัดขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างถูกวิธี นั้นทางดีแทค ทำโครงการนี้ มานานแล้ว ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่ดี ควรสนับสนุน อยากจะเห็นอีกสองค่ายมือถือ บ้านเรา หันมาใส่ใจในการ จำกัด ขยะอิเล็กทรอนิกส์ บ้าง