Home Jailbreak ขั้นตอนการเจลเบรค iOS 8.3 สำหรับ iPhone 6, iPad Air 2 และรุ่นอื่นๆ ด้วย...

ขั้นตอนการเจลเบรค iOS 8.3 สำหรับ iPhone 6, iPad Air 2 และรุ่นอื่นๆ ด้วย TaiG 2.0 for Windows

1144
0
SHARE

ทาง TaiG ทำเซอร์ไฟร์ส ปล่อย เครื่องมือเจลเบรค iOS 8.3 TaiG 2.0 สำหรับใช้กับ iPhone 6, iPhone 6 Plus, iPad Air 2 และรุ่นอื่น ๆ เบื้องต้นยังมีเฉพาะเวอร์ชั่นสำหรับ Windows คาดว่าเวอร์ชั่น Mac OS X คงออกตามมาเร็ว ๆ นี้

taig-2-jailbreak-ios-8-3

โปรดทราบ! : ก่อนทำการเจลเบรค อย่าลืม backup ข้อมูลให้เรียบร้อยก่อน
หมายเหตุ : ถ้าพบ ปัญหาเจลเบรคค้างที่ 20% ให้เปลี่ยนไปใช้ iTunes 12.1.0 หรือ iTunes 12.0.x แทนอัพเดต ! : เนื่องจาก ตัว Cydia Substrate สำหรับใช้กับ iOS 8.3 นั้นยังไม่เรียบร้อยดี จำเป็นต้องรอ ออกตัวอัพเดตก่อน ถึงจำทำให้การใช้งานเจลเบรคสมบูรณ์ แนะนำว่า ช่วงนี้ให้ลองก่อน จนกว่าจะมีการอัพเดตใหม่ออกมา

1. สร้างโฟลเดอร์สำหรับ พักไฟล์ เครื่องมือเจลเบรค TaiG 2 ที่ดาวน์โหลดมา ถ้าเป็น .zip ให้ทำการแตกไฟล์ออกมาได้เลย

อัพเดต : TaiG ออก Taig 2.1.3 แก้บัก ต่างๆ  แนะนำให้ดาวน์โหลดเวอร์ชั่นล่าสุดนี้มาใช้

jailbreak-ios-8-3-01
2. ที่ iPhone หรือ iPad ไปที่ Settings > Touch ID & Passcode ทำการปิด Passcode ถ้ามีการเปิดการใช้งานอยู่

jailbreak-ios-8-3-02

jailbreak-ios-8-3-03
3. ที่ iPhone หรือ iPad ไปที่ Settings > iCloud > ปิดการใช้งาน Find My iPhone
4. เสียบ iPhone หรือ iPad เข้าคอมพิวเตอร์ เรียก iTunes ทำการสำรองข้อมูล

jailbreak-ios-8-3-05
5. เรียก TaiG ขึ้นมาใช้งาน จากโฟลเดอร์ตามข้อ 1

jailbreak-ios-8-3-07
6. TaiG 2 จะตรวจสอบ iPhone หรือ iPad พร้อมแจ้งรุ่น ให้เลือกเครื่องหมายถูก ตรง 3K Assistant ออก ให้เลือกแต่ Cydia เสร็จแล้วให้กดที่ “Start” (ปุ่มเขียว)

jailbreak-ios-8-3-08

jailbreak-ios-8-3-09

jailbreak-ios-8-3-10
7. TaiG จะเริ่มทำการเจลเบรค

jailbreak-ios-8-3-taig-success8. เมื่อเจลเบรคเรียบร้อยแล้ว จะเจอ หน้าอมยิ้มสีเขียว “Jailbreak succeeded!” ถึงขั้นตอนนี้ แปลว่าการเจลเบรคสำเร็จเรียบร้อยดีแล้ว เป็นอันเสร็จขั้นตอนการเจลเบรค iOS 8.3 ด้วย TaiG 2

jailbreak-ios-8-3-129. สังเกตุที่ Home Screen จะมีไอคอน Cydia เรียบร้อยแล้ว

คลิกที่นี่ สำหรับ รายชื่อ Cydia Tweak ที่รองรับ iOS 8.3 แล้ว

วีดีโอสอนการเจลเบรค iOS 8.3 ด้วย TaiG 2

ที่มา : iClarified