Home iPhone ไฟ Flash แบบ Slow Sync ใน iPhone 8 และ iPhone X ช่วยถ่ายภาพตอนกลางคืนดูดีกว่าที่เคย...

ไฟ Flash แบบ Slow Sync ใน iPhone 8 และ iPhone X ช่วยถ่ายภาพตอนกลางคืนดูดีกว่าที่เคย (วิดีโอ)

86
0
SHARE

หนึ่งในฟีเจอร์ด้านการถ่ายภาพใหม่ของ iPhone 8, 8 Plus และ iPhone X นั้นก็คือแฟลชแบบ “Slow Sync” ที่ช่วยให้ภาพ ที่ถ่ายโดยเฉพาะที่มืด หรือตอนกลางคืน ดูดีกว่า ไอโฟนรุ่นก่อน ๆ ทาง AppleInsider ทำวิดีโอสาธิต การใช้ไฟแฟลช Slow Sync และอธิบายหลักการทำงาน ให้ชมกัน

ตอนงานเปิดตัวนั้น แอปเปิลไม่ได้เน้น แฟลช Slow Sync มากนัก แต่จริงๆ แล้วเป็นฟีเจอร์ที่น่าสนใจทีเดียว แต่ slow-sync flash ก็ไม่ได้เป็นของใหม่แต่อย่างใด เพราะมีใช้มานานแล้ว สำหรับกล้องถ่ายรูปดิจิทัล

ก่อนที่จะเข้าใจเกี่ยวกับ slow-sync flash เราคงต้องเข้าใจหลักการทำงานของกล้องก่อน กล้องทุกตัวนั้นจะมีชัตเตอร์ ที่เหมือนเป็นม่าน คั่นอยู่ระหว่างเลนส์ และเซ็นเซอร์ ซึ่งจะปิดอยู่ตลอดเหมือน กับเปลือกตาของคนเรา และจะเปิดเมื่อกดถ่ายภาพ ชัตเตอร์ก็จะเปิดเพื่อให้แสงผ่านจากเลนส์ไปยังเซ็นเซอร์ เพื่อให้เซ็นเซอร์รับแสงแล้วไปประมวลผลเป็นภาพ ซึ่งปกติแล้วส่วนใหญ่การถ่ายภาพ ซัตเตอร์ก็จะเปิด แล้วปิดอย่างรวดเร็ว เพื่อจับแสงเสี้ยววินาที เข้าไปยังเซ็นเซอร์ จะได้ภาพที่หยุดนิ่งคมชัดสวยงาม และเมื่อเราตั้งสปีดชัตเตอร์ให้ช้าลง นั่นก็แปลว่า ชัตเตอร์จะเปิดรับแสงนานกว่าเดิม การเคลื่อนไหวก็หยุดนิ่งแล้ว เพราะมีการจับแสงนานขึ้นนั่นทำให้ ภาพอาจจะเบลอ เนื่องจากวัตถุมีการเคลื่อนไหว หรือมือคนถ่ายสั่นไม่นิ่งพอ

แต่ถ้าเราเข้าใจหลักการ และใช้ให้ถูกหลัก ก็จะทำให้ถ่ายภาพสวยๆ ออกมาได้เหมือนกัน อย่างเช่นการใช้ พลุ หรือไฟฉาย เขียนข้อความบนอากาศหรือการเปิด ซัตเตอร์แช่ค้างไว้เป็นชั่วโมง เพื่อถ่ายภาพดวงดาว บนท้องฟ้า ก็เป็นเทคนิคการถ่ายภาพด้วย slow speed shuttterเช่นกัน

มาถึงเรื่องของไฟแฟลชบ้าง การซิงค์แฟลชกับการถ่ายภาพนั้น จะมี 2 วิธีคือ rear curtian และfront curtain ตัวอย่างการใช้แฟลช ก็อย่างเช่น ชัตเตอร์ตั้งเปิดไว้ ครึ่งวินาที front curtain จะเป็นการยิงแฟลชทันทีที่ ชัตเตอร์เปิดออก และปล่อยให้ชัตเตอร์เปิดต่อไปอีก ครึ่งวินาที ส่วน rear curtain นั้นจะปล่อยให้ชัตเตอร์เปิดไปก่อน ครึ่งวินาที แล้วค่อยยิงแฟลชก่อนชัตเตอร์จะปิด ส่วนใหญ่แล้วการถ่ายภาพก็จะเป็นแบบ front curtain

มาถึงการวัดแสง (exposure) การวัดแสงนั้น จะเป็นการที่กล้องคำนวนแสงจะมืด หรือสว่าง บนภาพตรงไหน
อย่างเช่น ถ้าถ่ายภาพวิวทิวทัศน์ตอนกลางคืน และไม่ใช่ไฟแฟลช กล้องก็จะวัดแสงจากพื้นหลัง แต่ถ้า มีคน หรือ
วัตถุอื่นอยู่ ด้านหน้า ก็จะทำให้ภาพมืด เพื่อจะให้ถ่ายภาพเห็น วัตถุได้ชัดเจน ก็ต้องใช้ไฟแฟลช เข้าช่วย ซึ่งกล้องก็อาจจะวัดแสงมืดไป เมื่อแฟลชดับไปแล้ว ซึ่งอาจจะทำให้ภาพที่ได้สว่างเกินไป

ไฟแฟลชแบบ slow sync ก็จะมีประโยชน์ตอนนี้ เมื่อกล้องถ่ายภาพไป ชัตเตอร์เปิดออก ก็จะยังเปิดค้างต่อไป
ไม่รีบปิด และก่อนชัตเตอร์ปิด แฟลชก็จะยิงออกไป และจับภาพให้นิ่ง เมื่อชัตเตอร์เปิดนานขึ้น มันก็จะได้แสงจากพื้นหลังมากกว่าเดิม ทำให้พื้นหลังสว่างขึ้น และยังได้แสงจากตัววัตถุเอง นั่นทำให้แฟลชไม่ต้องยิงไฟสว่างมากนัก ทำให้ตัววัถตุที่ถ่ายนั้น ไม่สว่างมาก ใกล้เคียงกับความจริงมากกว่า เมื่อพื้นหลังมีแสงเพียงพอ ก็ภาพก็ชัดเจน แฟลชก็ยิงไฟที่ไม่ต้องขาวสว่างมาก ทำให้หน้าคนถูกถ่ายไม่วอก ขาว เกิน แต่ปัญหาอย่างเดียวก็คือ ชัตเตอร์ถูกเปิดไว้นานกว่าปกติ ดังนั้นถ้าวัตถุมีการเคลื่อนไหว ภาพที่ได้อาจจะเบลอ ดังนั้นการใช้ขาตั้งกล้อง หรือวัตถุต้องหยุดนิ่ง ก็จะได้ภาพที่คมชัดนั่นเอง

แน่นอนว่า คงมีภาพจาก iPhone 8 และ iPhone X ที่ถ่ายด้วย slow-sync flash ที่เป็นภาพบรรยากาศในตอนค่ำคืน ออกมาให้ชมกันแน่ในอนาคต