Home iPhone Apple เปิดตัว iPhone XR หน้าจอ Liquid Retina ไร้ขอบ พร้อม Face ID หลายสี

Apple เปิดตัว iPhone XR หน้าจอ Liquid Retina ไร้ขอบ พร้อม Face ID หลายสี

1
0
SHARE
iPhone XR

เมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา ก็ผ่านพ้นไปแล้วกับงาน Apple Event เปิดตัว iPhone 2018 ซึ่งได้แก่ iPhone XS, iPhone XS Max และ iPhone XR นั้นเป็นไอโฟนหน้าจอ LCD ที่ยกเครื่องใหม่จาก iPhone 8 ให้ใกล้เคียงกับ iPhone X ที่มาพร้อมหน้าจอไร้ขอบ ระบบสแกนใบหน้า 3 มิติ โปรเซสเซอร์ทรงพลัง A12 Bionic และกล้องเลนส์เดี่ยว แต่สามารถถ่ายภาพหน้าชัดหลังละลายได้ พร้อมสีให้เลือกถึง 6 สี

Apple ประกาศเปิดตัว iPhone XR แล้ววันนี้ ไอโฟนรุ่นใหม่ที่มาพร้อมเทคโนโลยีอันล้ำสมัยจาก iPhone XS ในดีไซน์แบบกระจกและอะลูมิเนียมที่เป็นหน้าจอทั้งหมด พร้อมด้วยจอภาพ Liquid Retina ขนาด 6.1 นิ้ว ซึ่งเป็น LCD ที่ล้ำสมัยที่สุดในสมาร์ทโฟน และมีให้เลือกถึง 6 สีสวยงาม นอกจากนี้ iPhone XR ยังมีชิพ A12 Bionic อันทรงพลัง พร้อม Neural Engine เจเนอเรชั่นถัดไป, ระบบกล้อง TrueDepth, Face ID และระบบกล้องสุดล้ำที่สามารถสร้างภาพถ่ายบุคคลอันโดดเด่นโดยใช้กล้องเลนส์เดี่ยว โดย iPhone XR จะเปิดให้สั่งซื้อล่วงหน้าในวันศุกร์ที่ 19 ตุลาคม และเริ่มวางจำหน่ายในร้านตั้งแต่วันศุกร์ที่ 26 ตุลาคม ในสหรัฐอเมริกา และประเทศกลุ่มแรก สำหรับ iPhone XR มีจุดที่น่าสนใจดังนี้

iPhone XR ดีไซน์ใหม่ที่ไม่ธรรมดา

ดีไซน์แบบหน้าจอทั้งหมดอันน่าทึ่งทำให้จอภาพของ iPhone XR ขยายออกไปได้จนถึงขอบ กระจกหน้าที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่เคยมีมาในสมาร์ทโฟนได้รับการประกอบเข้ากับขอบในสีเดียวกันที่ผ่านการชุบผิวอย่างงดงาม และทำมาจากอะลูมิเนียมซีรีส์ 7000 เกรดเดียวกับที่ใช้ในอุตสาหกรรมอวกาศ ส่วนด้านหลังที่เป็นกระจกก็ทำให้สามารถชาร์จแบบไร้สายได้

หลากสีสัน และกันน้ำ

iPhone XR มีให้เลือกใน 6 ใหม่สี ได้แก่ สีขาว สีดำ สีฟ้า สีเหลือง สีส้มคอรัล และรุ่น (PRODUCT)RED โดยมีการใช้กระบวนการลงสี 7 ชั้นเพื่อให้กระจกด้านหลังมีเฉดสีที่งดงามสะดุดตา ในขณะที่ขอบอะลูมิเนียมและกรอบของกล้องก็อยู่ในสีเดียวกัน เพื่อความสวยงามลงตัวในทุกรายละเอียด ยิ่งกว่านั้น ดีไซน์ใหม่นี้ยังสามารถทนน้ำและน้ำที่กระเด็นใส่ที่ระดับ IP67 รวมถึงทนน้ำที่หกใส่ในชีวิตประจำวันอย่างกาแฟ ชา และน้ำอัดลมได้ด้วย

LCD ที่ล้ำสมัยที่สุดในสมาร์ทโฟน

จอภาพ Liquid Retina แบบหน้าจอทั้งหมดขนาด 6.1 นิ้ว อันสวยงาม2 แสดงสีสันได้แม่นยำที่สุดในอุตสาหกรรม พร้อมรองรับขอบเขตสีกว้างและการแสดงผลแบบ True Tone เพื่อการรับชมที่เป็นธรรมชาติยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังใช้กระจกที่ผ่านการเจียรอย่างแม่นยำ การมาสก์พิกเซลที่ล้ำหน้า และกระบวนการลบรอยหยักระดับพิกเซลย่อย ทั้งหมดนี้ทำให้จอภาพโค้งรับกับตัวอุปกรณ์ ส่วนแบ็คไลท์ที่ออกแบบใหม่ช่วยให้จอภาพขยายออกไปได้จนสุดมุม

iPhone XR รองรับการใช้นิ้วสั่งการบน iPhone ที่รวดเร็วและลื่นไหล อย่างการแตะเพื่อปลุก ปัดขึ้นเพื่อไปที่หน้าจอโฮม ปัดลงเพื่อเปิดดูการแจ้งเตือนและศูนย์ควบคุม รวมถึงคุณสมบัติใหม่ที่จะตอบสนองต่อการสัมผัสด้วยการสั่นเมื่อมีการกดลงบนหน้าจอโฮม ช่วยให้เปิดกล้องหรือไฟฉายได้ทันที

โปรเซสเซอร์ทรงพลัง A12 Bionic และ Neural Engine

ชิพ A12 Bionic ที่ออกแบบโดย Apple เป็นชิพที่ทั้งฉลาดและทรงพลังที่สุดในสมาร์ทโฟน และยังเป็น ชิพแบบ 7 นาโนเมตรตัวแรกในสมาร์ทโฟน อีกด้วย เรียกได้ว่ามีประสิทธิภาพอยู่ในระดับแถวหน้าของอุตสาหกรรมในดีไซน์ที่ประหยัดพลังงานยิ่งขึ้น A12 Bionic ใช้ สถาปัตยกรรมฟิวชั่นแบบ 6 คอร์ ซึ่งมาพร้อมคอร์ประมวลผลการทำงาน 2 คอร์ที่เร็วขึ้น 15%, คอร์ประหยัดพลังงาน 4 คอร์ที่ประหยัดพลังงานมากขึ้น 50%, GPU แบบ 4 คอร์ที่เร็วขึ้น 50%, โปรเซสเซอร์รับสัญญาณภาพ (ISP) ที่ออกแบบโดย Apple, ตัวเข้ารหัสวิดีโอ และอีกมากมาย ซึ่งทั้งหมดนี้ช่วยปลดล็อคประสบการณ์ใหม่ๆ ทั้งในการเล่นเกม ถ่ายรูป ตัดต่อวิดีโอ และแอพที่เน้นกราฟิกโดยที่แบตเตอรี่ยังคงใช้งานได้ยาวนานเช่นเดิม และถึงแม้จะทรงพลังขนาดนี้ แต่ iPhone XR ก็ยังใช้งานได้นานกว่า iPhone 8 Plus ถึง 1 ชั่วโมงครึ่ง

Neural Engine เจเนอเรชั่นถัดไปสร้างมาเพื่อการเรียนรู้ของระบบอันล้ำสมัยในทุกๆ เรื่อง ตั้งแต่การถ่ายรูปจนถึงเทคโนโลยีความจริงเสริม โดยดีไซน์ใหม่แบบ 8 คอร์นั้นทำให้สามารถดำเนินการได้ถึง 5 ล้านล้านรายการต่อวินาที เมื่อเทียบกับ A11 Bionic ที่ทำได้ 6 แสนล้านรายการ และนี่เองคือสิ่งที่ทำให้เกิดความสามารถใหม่ๆ อย่างการตรวจจับระนาบที่เร็วขึ้นสำหรับ ARKit และคุณสมบัติใหม่ๆ ที่ใช้การเรียนรู้ของระบบแบบเรียลไทม์ นอกจากนี้ยังเป็นครั้งแรกที่มีการเปิดให้เรียกใช้งาน Neural Engine ผ่าน Core ML ได้ นักพัฒนาจึงสามารถสร้างแอพที่ใช้ประโยชน์จากการเรียนรู้ของระบบอันทรงประสิทธิภาพนี้ได้เต็มที่ ส่วน Core ML ที่ทำงานบน Neural Engine ของ A12 Bionic นั้นก็มีความเร็วเหนือกว่า A11 Bionic ถึง 9 เท่า โดยใช้พลังงานน้อยมากเพียง 1 ใน 10 เท่านั้นเอง

Face ID

คือระบบยืนยันตัวตนด้วยใบหน้าที่ปลอดภัยที่สุดเท่าที่เคยมีมาในสมาร์ทโฟน Face ID บน iPhone XR ทำงานได้เร็วขึ้น เพราะมีการปรับแต่งการทำงานด้วยซอฟต์แวร์และ Secure Enclave ที่เร็วขึ้น อีกทั้งยังมีกล้อง TrueDepth ที่ใช้เทคโนโลยีการรับรู้มิติในแนวลึกอันแม่นยำ ซึ่งเหนือชั้นกว่าการสแกนใบหน้าสองมิติทั้งในด้านความสามารถและความปลอดภัย ช่วยให้สามารถปลดล็อค iPhone, ใช้ Apple Pay, เข้าใช้งานแอพได้อย่างปลอดภัย และอีกมากมายได้ง่ายๆ เพียงแค่เหลือบมอง

กล้องมุมกว้างเลนส์เดี่ยวที่ล้ำหน้า

iPhone XR มาพร้อม เลนส์มุมกว้าง รูรับแสง f/1.8 ความละเอียด 12 เมกะพิกเซล และเซ็นเซอร์แบบใหม่หมด ช่วยให้ออโต้โฟกัสได้เร็วขึ้น ทั้งยังมีพิกเซลที่เก็บรายละเอียดได้มากขึ้น ทำให้ภาพมีความสมจริงยิ่งขึ้น และถ่ายรูปและวิดีโอในสภาวะแสงน้อยได้ดียิ่งขึ้นด้วย ยิ่งกว่านั้นยังมีการปรับปรุง ISP และมี Neural Engine พร้อมอัลกอริทึม ซอฟต์แวร์ที่ดีกว่าเดิมช่วยเสริมให้ภาพถ่ายบุคคลมีโบเก้ที่สวยเนียน ส่วน HDR อัจฉริยะ เผยให้เห็นรายละเอียดในส่วนไฮไลท์และเงามืดได้ครบถ้วนยิ่งขึ้นในทุกๆ รูป

การควบคุมระยะชัดลึกใหม่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถปรับระยะชัดลึก ทั้งในขณะดูตัวอย่างภาพแบบเรียลไทม์ และหลังจากที่ถ่ายไปแล้ว เพื่อสร้างสรรค์ภาพถ่ายบุคคลอันโดดเด่นพร้อมโบเก้ที่สวยงาม ส่วนการถ่ายเซลฟี่ก็สวยยิ่งกว่าที่เคยด้วยโหมดภาพถ่ายบุคคลในกล้อง TrueDepth ด้านหน้า และคุณสมบัติการจัดแสงภาพถ่ายบุคคลที่มาพร้อมเอฟเฟ็กต์การจัดแสงระดับสตูติโอแบบเก๋ๆ

รองรับ 2 ซิม

iPhone XR ใช้ LTE Advanced ที่ดาวน์โหลดได้รวดเร็ว และสามารถใช้งานซิมคู่ได้ โดยใช้ Nano-SIM และ eSIM แบบดิจิตอล

อุปกรณ์ในกล่อง