Home Applications มารู้จัก Podcast (พ็อดคาสต์) สถานีวิทยุส่วนตัว ที่เริ่มกลับมามีกระแส(เล็กๆ)อีกครั้ง

มารู้จัก Podcast (พ็อดคาสต์) สถานีวิทยุส่วนตัว ที่เริ่มกลับมามีกระแส(เล็กๆ)อีกครั้ง

2662
0
SHARE
Podcast (พ็อดคาสต์)

Podcast (พ็อดคาสต์) หรือสถานีวิทยุส่วนตัว ที่ใครๆ ก็สามารถเปิดเองได้ ไม่ต่างกับทำช่องใน YouTube แถมยังง่ายกว่าด้วยซ้ำ เพราะแค่อัดเสียงได้ก็สามารถเปิดรายการพอดคาสต์ได้เลย ในประเทศไทยเริ่มกลับมามีกระแส (บ้าง)อีกครั้ง สำหรับใครที่ยังไม่รู้จัก เรามาทำความรู้จักกันดีกว่า ว่ามันคืออะไร? ใช้งานยังไง?

ที่มาของคำว่า Podcast

คำนี้ เป็นคำที่นักข่าว BBC นาย Ben Hammersley ตั้งขึ้นด้วยความบังเอิญ โดยผสมคำระหว่าง “iPod” ที่เป็นเครื่องเล่นเพลงพกพายอดนิยมในยุคนั้น (แต่บ้างก็ว่ามาจากคำว่า portable on demand) และ “broadcast” มารวมกัน และต่อมา Dannie greoire ก็นิยามการ “podcasting” ว่าเป็นการดาวน์โหลดและซิงค์สื่อเสียงโดยอัตโนมัติ จากนั้นก็เริ่มมีคนใช้คำนี้มากขึ้นเรื่อยๆ

Podcast คืออะไร?

พ็อดคาสท์ Podcast
ไอคน รูปคน และคลื่น ที่สื่อถึง การเผยแพร่ข่าวสารจากบุคคล ไปสู่สาธารณะ ไม่ต่างจากสถานีวิทยุ

เอาแบบสั้นง่ายได้ใจความก็คือ บริการคล้ายสถานีวิทยุส่วนตัว ที่ผู้ดำเนินรายการสามารถพูดคุย เล่าเรื่อง เรื่องต่างๆ ผ่านออนไลน์ จุดแตกต่างก็คือพอดคาสต์ ที่ต่างจากสถานีวิทยุ สามารถเลือกฟังตอนไหนก็ได้ ส่วนอธิบายละเอียดเพิ่มขึ้นมาอีกก็ตามด้านล่างนี้

รายการที่สามารถรับชมและรับฟัง ได้ทางอินเทอร์เน็ต โดยหลักๆ แล้วจะเป็นการกระจายในรูปแบบไฟล์เสียง แต่ก็รองรับในรูปแบบวิดีโอ  ด้วยเช่นกัน โดยจุดเด่นของบริการนี้ก็คือ สามารถเลือกรับฟังตอนไหนก็ได้ ซึ่งแตกต่างจากสถานีวิทยุที่ไม่สามารถกลับมาฟังย้อนหลังได้ อีกทั้งยังสามารถดาวน์โหลดมาเก็บไว้ที่เครื่องก่อน เพื่อฟังแบบออฟไลน์ได้อีกด้วย ความน่าสนใจอีกจุดหนึ่งก็คือ บริการพอดคาสต์ เปิดรับสมาชิกให้ติดตามรายการได้ และจะมีการซิงค์ข้อมูล เมื่อรายการมีตอนใหม่ออกอากาศ

ส่วนทางฝั่งผู้ผลิตเนื้อหานั้น บริการพอดคาสท์ ก็เป็นอะไรที่สามารถเริ่มทำได้ โดยไม่ต้องลงทุนอะไรมากมาย เพียงหาไมค์ดีๆ อัดเสียงตอนทำรายการ และส่งขึ้นระบบออนไลน์ ก็สามารถเปิดรายการเป็นของตัวเองได้แล้ว อาจจะเรียกว่าง่ายกว่า YouTube ซะอีกเพราะไม่ต้องนั่งอัดเป็นวิดีโอ

สำหรับผู้ฟังแล้ว พ็อดคาสท์ถือเป็นช่องทางหนึ่งในการรับชมรับฟังคอนเทนต์ดีๆ จากทั่วทุกมุมโลกแบบฟรีๆ และสำหรับผู้เผยแพร่พ็อดคาสท์ นี่คือช่องทางที่ยอดเยี่ยมในการเข้าถึงกลุ่มผู้ชมในวงกว้าง

จุดเริ่มต้น

พ็อดคาสต์ เริ่มมีการออกกากาศออนไลน์กันในช่วงปลายปี 2004 และในปีต่อมา Apple ก็เพิ่มการรองรับ บริการ podcast ใน iTunes 4.9 และเปิดทางให้ podcaster ทั้งหลาย ส่งฐานข้อมูลคลิปเสียงผ่านระบบ RSS Feed เข้า iTunes Music Store ซึ่งทำให้ได้รับความนิยมในวงกว้าง เรียกว่า Apple ก็มีส่วนช่วยปลุกกระแสในช่วงแรกด้วย โดยสตีฟ จอบส์ มีการพูดถึงการ Podcasting บนเวที WWDC 2005 จากนั้นมา Apple ก็บรรจุ พอดคาสต์ รวมไว้เป็นส่วนหนึ่งของ iTunes ตั้งแต่นั้นมา

จน iOS 6 ที่เปิดตัวพร้อมกับ iPhone 5 Apple ก็เริ่ม แยกPodcast ออกจาก iTunes และ พัฒนาเป็นแอพพลิเคชันเดี่ยว มาจนถึงทุกวันนี้ แต่สำหรับ Mac และ PC บริการนี้ยังรวมอยู่ในโปรแกรม iTunes ไม่ได้จำกัดเฉพาะ iOS และอุปกรณ์ Apple เท่านั้น

การฟัง พอดคาสต์ นอกจากอุปกรณ์ iOS อย่าง iPhone,iPad, iPod แล้วผู้ใช้ Android ก็สามารถโหลดแอพพลิเคชัน เพื่อรับฟังได้เช่นกัน ซึ่งมีแอพหลายตัว เช่น PodcastAddict (Free) หรืออีกช่องทางก็คือฟังผ่านบราวเซอร์

ในส่วนของ Apple นั้น แอปเปิลไม่ได้เป็นผู้อัพเดทพ็อดคาสท์หรือเพิ่มตอนใหม่เองโดยตรง เพราะเมื่อคุณสมัครรับพ็อดคาสท์อันใดอันหนึ่งโดยใช้แอพพ็อดคาสท์สำหรับ iOS หรือใช้ iTunes บน Mac หรือ PC ก็เท่ากับคุณกำลังสมัครรับอัพเดทของพ็อดคาสท์จากผู้ผลิตพ็อดคาสท์นั้นๆ และด้วย iCloud คุณยังสามารถซิงค์พ็อดคาสท์ที่สมัครรับไว้ให้ตรงกันในอุปกรณ์ทุกๆ เครื่องได้ด้วย

กระแสพอดคาสท์

บริการพอดคาสท์นั้น ในต่างประเทศ เริ่มได้รับความนิยมในช่วงปลายปี 2004 แต่ก็เริ่มแผ่วลงตามเวลา เพราะเข้าสู่ยุคคอนเทนท์วิดีโอ แต่ในระยะหลังก็เริ่มกลับมามีกระแสอีกครั้ง อย่างรายการ This American Life ที่มีคนฟังตอนละราว 2.5 ล้านคน , TED Radio House ก็เป็นรายการคุณภาพจากเมืองนอก หรือแม้กระทั่งรายการเมาส์เมามันส์ อย่าง What’s The Tee? จากเจ้าของรายการ RuPaul’s Drag Race 

ส่วนในประเทศไทยนั้น ก็มีคนจัดรายการพอดคาสต์อยู่จำนวนหนึ่ง เป็นหลักสิบ และมีผู้รับฟังรายการยังไม่ถึงหลักหมื่นคน ต่อตอน แต่หลายผู้จัดรายการก็จัดรายการได้น่าสนใจ และทำอย่างจริงจัง อย่างเช่น The Standard ที่มีรายการพอดคาสท์ หลายรายการ เช่น นักเรียนนอก, เทยเท่, The Secret Sauce หรือ GetTalk ที่จัดรายการได้หลากหลาย และมีมานานพอสมควร บางคนที่เลิกจัดไปแล้วก็กลับมาจัดใหม่ รวมไปถึงมีผู้จัดรายการหน้าใหม่เพิ่มขึ้น

ใครที่อยากฟังสายตา จากการอ่านข่าวบนหน้าเว็บ สื่อโซเชียล หรือเพ่งหน้าจอดู YouTube, Facebook Live ก็ลองโหลด Podcast app มาใช้หูฟังกันเพลินๆ แทนบ้าง

ดาวน์โหลดแอพ Podcast(FREE) 

เพิ่มเติม : 20 Thai Podcasters ที่น่าติดตาม