SHARE

เปิดตัวเรียบร้อยแล้วสำหรับ Apple Watch Series 3 ในงาน iPhone X Event สำหรับ Series 3 นี้เพิ่มการเชื่อมต่อสัญญาณมือถือ 4G TLE ช่วยให้ผู้ใช้สามารถต่อติด โทรออก รับข้อความ และทำสิ่งอื่นๆ อีกมากมายได้ แม้ไม่มี iPhone อยู่ใกล้ตัว และมีฟีเจอร์สำหรับคนรักการออกกำลังกาย และสุขภาพ ทั้งกีฬากลางแจ้ง และในร่ม รวมไปถึงการว่ายน้ำ ปีนเขา และสกี เป็นต้น

ไฮไลท์ Apple Watch Series 3

Apple Watch Series 3

ต่อสัญญาณมือถือ 4G LTE

Apple Watch Series 3 (GPS + เซลลูลาร์) มาพร้อมระบบวิทยุเซลลูลาร์ LTE และ UMTS เต็มรูปแบบ จุดสังเกตสำหรับรุ่น Cellular ปุ่ม Digital Crown จะเป็นสีแดง  โดยจะสลับไปใช้ระบบเซลลูลาร์อย่างราบรื่นเมื่ออยู่ห่างจาก iPhone ซึ่งนาฬิกาจะใช้หมายเลขเดียวกับ iPhone ดังนั้นจึงไม่ต้องวุ่นวายกับการจำหมายเลขโทรศัพท์ที่เพิ่มขึ้น

ดีไซน์เดิม แต่แฝงด้วยนวัตกรรม

Series 3 นั้น Apple ดีไซน์เสาอากาศให้ใช้จอภาพเป็นตัวรับส่งสัญญาณ LTE และ UMTS ซึ่งเป็นครั้งแรกของสมาร์ทวอช ในขณะเดียวกันก็เปิดตัว eSIM ซิมการ์ดที่ฝังในตัวเครื่องมีขนาดเล็กกว่าปกติถึงหนึ่งในร้อย ทำให้การเปิดใช้งานผ่านระบบไร้สายเป็นไปได้โดยใช้พื้นที่เพียงเล็กน้อย ทำให้ไม่ต้องพึ่งพา iPhone ในการใช้งานอีกต่อไป มีเพียง Apple Watch ก็ออกไปออกกำลังกาย โดยไม่พลาดการติดต่อใดๆ

ฟังเพลง Apple Music แบบสตรีมมิ่งได้จากตัวเครื่อง

เฉพาะรุ่นระบบเซลลูลาร์และ watchOS 4 จะทำให้ผู้ใช้ Apple Music สามารถสตรีมเพลง 40 ล้านเพลงโดยตรงจากข้อมือได้

โปรเซสเซอร์ S3

S3 ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมรุ่นที่ 3 ของ Apple ที่มีโปรเซสเซอร์แบบ Dual-core ที่เร็วขึ้น ซึ่งช่วยให้สามารถเปิดแอพได้เร็วขึ้นและมีกราฟิกลื่นไหลยิ่งขึ้น 70% และยังทำให้ Siri สามารถพูดด้วยลำโพงในตัวได้เป็นครั้งแรก

ชิพไร้สาย W2 ตัวใหม่

ชิพไร้สายใหม่โดยเฉพาะที่เรียกว่า W2 ซึ่งทำให้ Wi-Fi เร็วขึ้น 85 เปอร์เซ็นต์ และทำให้ Bluetooth และ Wi-Fi ประหยัดพลังงานขึ้น 50 เปอร์เซ็นต์

เครื่องวัดระดับความสูงสัมพัทธ์จากความกดอากาศ

barometer ใน Series 3 ช่วยในเรื่องของการติดตามกิจกรรม จำนวนขั้นบันใดที่ขึ้น และการออกกำลังกายกลางแจ้ง รวมถึงการเพิ่มขึ้นของระดับความสูง

ราคาและการวางจำหน่ายในไทย

นอกเหนือจากตัวเรือนอะลูมิเนียมสีเงินและสีเทาสเปซเกรย์แล้ว Apple Watch Series 3 จะวางจำหน่ายพร้อมตัวเรือนอะลูมิเนียมสีทองอันหรูหรา พร้อมกับตัวเรือนสแตนเลสสตีลสีเงินหรือสีดำสเปซแบล็ค ซึ่งล้วนเข้ากันได้ดีกับสีสันและสไตล์ใหม่ๆ ของสาย นอกจากนี้สายแบบ Woven Nylon ยังได้รับ การอัพเดตด้วยลวดลายใหม่ และสายแบบ Sport Loop ที่เบาอย่างน่าทึ่งก็สามารถปรับให้พอดีกับข้อมือได้ง่ายดายเพื่อให้สวมใส่สบายไร้ที่ติ ส่วน Apple Watch Edition ก็มีตัวเรือนเซรามิคสีเทาเข้มอันสวยงามที่เข้ากันได้ดีกับสายแบบ Sport Band สีทูโทนใหม่

Apple Watch Series 3 (GPS) มีราคาเริ่มต้นที่ 11,900 บาท มีการอัพเกรดใหม่ๆ อย่างเช่นโปรเซสเซอร์แบบ Dual-core และชิพไร้สายที่เร็วขึ้น รวมทั้งเครื่องวัดระดับความสูงจากความกดอากาศ นอกจากนี้ Apple Watch Series 3 (GPS + เซลลูลาร์) ยังเปิดตัวพร้อมกับ Digital Crown สีแดงสุดพิเศษ และหน้าปัดนาฬิกา “Explorer” ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษซึ่งแสดงการเชื่อมต่อระบบเซลลูลาร์ผ่านดีไซน์ที่ไม่เหมือนใคร ส่วน Series 1 จะวางจำหน่ายในราคาเริ่มต้นใหม่ที่ 8,900 บาท ซึ่งเป็นเจ้าของได้ง่ายกว่าที่เคย จำหน่ายในประเทศไทย ในเร็วๆ นี้

หมายเหตุ  : รุ่น GPS + Cellular นั้น ไม่แน่ว่าจะมีจำหน่ายในเมืองไทยหรือเปล่า เพราะยังไม่มีเครือข่ายในไทย ที่รองรับ eSIM มาก่อน และบน apple.com/th เองก็ไม่มีการระบุถึงรุ่น Cellular ที่หน้าเว็บ

สเปค Apple Watch Series 3

Models & prices:

  • Apple Watch Series 3 GPS + Cellular (38mm ยังไม่ระบุราคา 42mm ยังไม่ระบุราคา ราคาในต่างประเทศต่างกันประมาณ $70 หรือประมาณ 2,450 บาท)
  • Apple Watch Series 3 GPS (38mm ราคาเริ่มต้น 11,900 บาท 42mm ราคาเริ่มต้น 12,900 บาท)

Chips:

  • Faster S3 dual-core processor (ใหม่!)
  • W2 Apple wireless chip (ใหม่!)

Features:

  • Built-in GPS and GLONASS
  • Barometric altimeter
  • Water-resistant up to 50 meters
  • Accelerometer
  • Gyroscope
  • Ambient light sensor
  • Siri speaks
  • Capacity 16GB (GPS + Cellular)/8GB (GPS)

Connectivity:

  • GPS + Cellular model: (ใหม่!)
    • LTE and UMTS
    • Wi-Fi (802.11b/g/n 2.4GHz)
    • Bluetooth 4.2
  • GPS model:
    • Wi-Fi (802.11b/g/n 2.4GHz)
    • Bluetooth 4.2

Display:

  • GPS + Cellular model:
    • จอภาพ OLED Retina รุ่นที่ 2 พร้อม Force Touch
    • สว่างขึ้น 2 เท่า (1,000 นิต)
    • Sapphire crystal (stainless steel and ceramic cases)
    • Ion-X glass (aluminum cases)
    • 272 by 340 pixels (38mm)
    • 312 by 390 pixels (42mm)
  • GPS model:
    • จอภาพ OLED Retina รุ่นที่ 2 พร้อม Force Touch
    • สว่างขึ้น 2 เท่า (1,000 นิต)
    • Ion-X glass (strengthened glass)
    • 72 by 340 pixels (38mm)
    • 312 by 390 pixels (42mm)

Power:

  • Built-in rechargeable lithium-ion battery
  • ใช้งานได้นาน 18 ชั่วโมง
  • Magnetic charging cable
  • USB power adapter